| Petcharat's profileDon't Worry, Be Happy .....PhotosBlogLists | Help |
|
May 21 พัทยา อีกครั้ง17-18 เดิมเป็นทริปหัวหิน ดูคอนเสิร์ต แต่ล่ม คนน้อยจัด
เลยเปลี่ยนเป็นปั๊ดตะยา
ออกจากกุงเต้บเย็นวันที่ 17 ไปถึงค่ำๆ ที่ร้านเจ๊จุก อาหารก็พอใช้
ซื้อของกิน เข้าบ้านพักของพี่ที่ไปด้วยกัน (รถก็ของเค้า แหะๆ)
บ้านพักเป็นบ้านชั้นเดียว สวยจัง สองล็อก ทุกคนตื่นเต้นกับบ้านกันใหญ่
อาบน้ำ เล่นไพ่ กินของหวาน นอน นู่นนนน ตี 4 ได้
ตื่นเช้า ทำความสะอาดบ้าน บางคนก็ตัดหญ้า อิอิ
กินของทอดๆ ย่างๆ เป็นอาหารเช้า
ระหว่างรอออกจากบ้านก็เก็บบรรยากาศในบ้านไปเรื่อย
ออกจากบ้านก็เที่ยงครึ่ง ไปแวะดูบอร์ดน้ำซักหน่อย แต่ไม่มีใครเล่น
ไปถึงหาดจอมเทียน (ที่เดิมๆ กะที่เคยมานอน) ก็บ่ายๆ นั่งกินไรกันต่อ
ซักพักแดดเริ่มคล้อย ก็เล่นน้ำกับเล่นกิจกรรมชายหาด คลื่นแรงโคด
เล่นบานาน่าโบ๊ท
กลับมาหมดสภาพกันเป็นแถว
เช่าห่วงยางลอยคอกันเล่นๆ คลื่นแรงมากเลย ซัดทีท่วมหัว
ขึ้นมาอาบน้ำ ไปกินข้าวร้านลุงไสว (ร้านเดิมๆ อีกละ) แต่คราวนี้อาหารอร่อย
ทีเด็ดคือ ยำไข่เค็มปลาหมึก ปู....อะไรสักอย่าง เหมือนจุ่มแกงกะทิ อร่อยดี
อร่อยหมด ยกเว้น ปลากระพงทอดน้ำปลา
แวะกลับบ้านอีกที เก็บของ พักอีกแป๊บนึงเผื่อรถติด ออกตอนสามทุ่มกว่า ถึงบ้านห้าทุ่ม
May 09 เปิดประตูสู่ลาวใต้ (จำปาสัก) 5 วัน 2 คืนเอกลักษณ์วัดพู กุหลาบปากเซ กาเฟปากซ่อง
น้ำของโตนคอน สีพันดอนลือนาม
โดย กลุ่มท่องไปตามใจฉัน เท่านั้นทัวร์...(ชื่อกลุ่มของพวกข้อยเองเด้อ)
...เที่ยวอย่างคนรุ่นใหม่ ท่องไปตามใจฉัน
ธรรมชาติงดงามเป็นเดิมพัน มีความมันส์การันตี...
ทริปครั้งนี้ ครบรสค่ะ ขอบอก ความสนุกไม่ได้อยู่ที่วันแรก แต่อยู่ที่สองวันสุดท้ายค่ะ
(ทั้งขำ ทั้งสนุก ทั้งมันส์ ทั้งเหนื่อย ทั้งสยองงงงง)
2008/05/02 สถานีรถไฟหัวลำโพง - TRAIN HOTEL
20:40 รถไฟออกจากสถานีหัวลำโพง เลทไป 10 นาทีเด้อ
มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบลราชธานีโดยรถไฟด่วน ขบวน 67
ตู้นอนปรับอากาศชั้น 2 แวะรับสมาชิกตามสถานีต่างๆ
โซ๊ยข้าวผัดปูที่ซื้อจากสถานีสามเสน
คนอื่นอาบน้ำกันมาแล้ว แต่เพชรรัตน์อาบแห้งค่ะวันนี้
22:40 เจ้าหน้าที่รถไฟแปรสภาพจากที่นั่งให้เป็นที่นอน
โดยใช้เวลา 1 นาทีกว่าๆ เท่านั้นเอง ทั้งเตียงบนเตียงล่าง
2008/05/03 ช่องเม็ก-วัดพูจำปาสัก-เมืองโขง
07:25 ถึงสถานีรถไฟอุบลราชธานี เปลี่ยนเป็นนั่งรถโค้ช 35 ที่นั่ง
มารับโดยเจ้าหน้าที่จากวังทองการท่องเที่ยว 08:00 กินข้าวเช้าที่ "สามชัยไก่ย่าง" อาหารเช้าวันนี้คือไข่กะทะ แซนวิชแฮม ต้มเลือดหมู กาแฟ โอวัลติน 10:00 ผ่านเขื่อนอุบลรัตน์ 10:30 ถึงด่านชายแดนช่องเม็ก หลังคานี้ออกแบบสีเป็นสีประจำสมเด็จพระเทพฯ ทำเรื่องผ่านแดน เดินผ่านกล้องเข้าลาว แลกตังค์
(งานนี้พกตังค์กันเป็นแสน อิอิ 1 บาท=278 กีบ)
เดินทางต่อไปเมืองจำปาสัก ระยะทาง 90 กม. ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบเรียบง่ายของพี่น้องลาวสองข้างถนน ผ่านเมืองโพนทอง เมืองปากเซ 12:20 ผ่านสะพานแขวนข้ามแม่น้ำโขง 12:30 ข้าวเที่ยงที่ร้านมะนีพอน เมนูมื้อนี้ได้แก่ ยำหัวปลี(อร่อยสุด) ตัมฟักหมู ขาหมู ผักพร้อมแจ่ว ไข่เจียว ปลาทอด ของหวานเป็น กล้วย มะละกอ
เดินทางต่อไปวัดพูโดยเปลี่ยนรถโดยสารเป็นสองแถว
14:15 ลงแพยนต์ (ซึ่งถ้าเติมหลังคาพร้อมที่นั่งไปหน่อยละก็ กลายเป็นเรือเฟอรี่เล็กๆ ได้เลย) ข้ามไปย้อนอดีตที่ปราสาทหินวัดพู มรดกโลกแห่งที่สองของลาว ชมตรีมูรติ 15:15 ถึงวัดพูแว้ว เดินประมาณ 2 กิโล(แม้ว) (จริงๆ คือรู้สึกว่า ไม่ถึง 2 กิโลเลย) 15:50 ถึงยอดวัดพูแล้ว มีน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เค้าเชื่อว่า ถ้าได้กินหรือล้างหน้า ก็จะขออะไรก็ได้
มีโถงพระที่ให้วัดความกว้างของแขนทั้งสองข้างก่อน แล้วก็ไปขอพรหน้าพระ แล้วก็มาวัดความกว้างใหม่ ถ้าวัดความกว้างได้มากขึ้น แปลว่าพรที่ขอไว้จะสมหวัง
ก่อนกลับกินไอติมน้ำอัดลมที่เขย่าเป็นแท่งๆ ไม่กี่ไม้ หมดไปหมื่นเก้า
17:00 นั่งแพยนต์กลับไปเพื่อเดินทางต่อไปเมืองโขง เห็นทางฝั่งที่เพิ่งข้ามมา ฝนตกซะแล้ว
ซักพักเดียว ฝนก็ไล่มาถึงพวกเรา ตกหนักจนถึงบ้านพักบุญปอน (เลยเปียกปอนกันทุกคน)
ซึ่งเป็นโรงแรมขนาดกลางบนเกาะที่ใหญ่ที่สุดในสีพันดอน (=แม่น้ำโขงที่มีสี่พันเกาะ)
กินข้าวท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ เข้านอน
2008/05/04 เมืองโขง-หลี่ผี"มหานทีสีพันดอน"-คอนพะเพ็ง-ปากเซ
05:30 ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมน้ำโขงหน้าบ้าน สว่างจัง ฟ้าครึ้ม พระอาทิตย์จึงยังไม่โผล่เลย
06:00 ปั่นจักรยานไปจ่ายตลาด ซื้อของคาว-หวานไปทำบุญที่วัด
จินตนาการไว้ว่า คงจะได้ตักบาตรข้าวเหนียวเป็นแน่แท้ แต่ไม่มีข้าวเหนียวให้ตักเลยแฮะ
ของขายที่ตลาดก็ปลาสดๆ บ้าง กบบ้าง ตัวเงินตัวทองบ้าง - -"
06:30 ปั่นจักรยานไปที่วัด ทำบุญ ฟังพระสวด ก็เหมือนพระไทยเลย พี่คง(ไกด์)เคยบวชมาก่อน จึงนำสวดได้อย่างดี
07:00 กินข้าวเช้า มื้อนี้เป็นขนมปังฝรั่งเศส ข้าวต้มเครื่องใส่มะนาวกะพริกกึ่งๆ แจ่ว อร่อยโคตร
08:30 ออกจากบ้าน เดินทางต่อไปน้ำตกหลี่ผี ระหว่างทางไกด์บอกว่า
ที่ลาว มีดาวเทียมกันทุกบ้าน เป็นเชิงๆ บังคับ
10:00 ถึงจุดข้ามแม่น้ำโขงอีกครั้งที่ท่าเรือบ้านม่วง นั่งเรือหางยาวลำใหญ่(จุได้กว่า 40 คน) ข้ามไปเกาะดอนเดช
10:25 ขึ้นรถ 5 แถวไปน้ำตก ใครนั่งแถวหลังสุด เค้าว่ามันส์สุดยอด เพราะถนนแย่มาก
ซึ่งถนนนี้ ก็เป็นทางรถไฟเก่าที่ฝรั่งเศสทำไว้ และทำสะพานข้ามน้ำให้ด้วย
รางรถไฟเก่า
หัวรถจักรไอน้ำ
10:50 ถึงแล้วหลี่ผี
ประวัติคือเป็นน้ำตกที่มีคนตายลอยมาติด"หลี่" เยอะแยะมากมายสมัยสงคราม
นี่คือหน้าตาของหลี่ เอาไว้ดักปลา
มีควายมาเล่นน้ำด้วย ที่ลาวนี่ควายเยอะมาก รถโค้ชเกือบขับชนตั้งหลายครั้ง
13:20 ข้าวเที่ยงที่ร้านมาจันทร์หอม เมนูมื้อนี้ได้แก่ ต้มยำปลา ผัดผักรวม ส้มตำ ข้าวเหนียว
ผักพร้อมแจ่ว ปลาทอด ไข่เจียว ของหวานเป็น กล้วย มะละกอ
14:00 ถึงคอนพะเพ็ง "ไนท์แองการ่าแห่งเอเชียอาคเนย์" งานเข้าแล้วกรู เอ้ท้องเสียค่ะ วิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน
กลับมาถ่ายรูป รถออกมาจากน้ำตก ก็แวะดูต้นน้ำตกอีกที มีต้นไม้มณีโคตรที่เค้าว่ากันว่า มีบุญถึงจะได้เห็น
(ประวัติยาวมาก จำไม่ได้ซักกะอย่าง - -")
16:00 ไปต่อกันที่วัดภูกิ่งแก้วกองมนี เดินขึ้นบันได 128 ขั้น ทำบุญ
18:45 ถึงโรงแรมห้าดาวใหญ่สุดในจำปาสัก วังเก่าของเจ้าบุญอุ้มนั่นคือ แทน แทน แท๊น
"โรงแรมจำปาสักพาเลซ" โรงแรมซึ่งมีประวัติมากมาย ห้ามทักเดี๋ยวของจะเข้าตัว
เมื่อกลางวัน มีพี่กลุ่มนึง โดนทักมาแล้วว่า พักโรงแรมนี้ไม่กลัวเหรอ ไม่มีใครกล้าพักกันทั้งนั้น เหวอค่ะ
มาทราบประวัติกันก่อนนะคะ(น่ากลัวเล็กน้อย) คือโรงแรมนี้เป็นวังเก่า
พอปฏิวัติ ก็เลยต้องขังเจ้าขุนมูลนายเอาไว้ที่ชั้น 4 ขังลืมเลยค่ะ
จนท่านเจ้าขุนมูลนายเหล่านั้นเสียชีวิต เหตุเลยเกิดที่ชั้น 4 ค่ะ
ประวัติหลังจากนั้นที่ทราบก็คือ เคยมีสส.พรรคทรท.ของไทยท่านนึงเคยพักที่ชั้น 4 ค่ะ เพราะเป็นห้อง VIP
ท่าน สุทัศน์ เงินหมื่น ท่านไม่ทันได้นอนค่ะ ต้องเผ่นจรลีไปเลย เหตุเพราะโดนเคาะประตูทั้งคืนค่ะ
จริงๆ โรงแรมนี้ ตอนนี้ มีตึกใหม่ด้วยค่ะ อลังการ แต่พวกเราขอเลือกตึกเก่ากันค่ะ เพื่อความ..... - -""
19:00 รับทานอาหารมื้อค่ำค่า มื้อนี้ได้แก่ ผัดผัก ผัดปลา ต้มยำปลา ผัดเปรี้ยวหวาน ผัดน้ำมันหอย
อาหารชืดค่ะ ไม่นึกว่าจะผลิตจากโรงแรมหรู
19:29 เข้าที่พักกันค่ะ สำรวจห้องแต่ละคนกันใหญ่
ที่นี่แปลกค่ะ ตัวเลขห้องไม่เรียงกันเลย ห้องเรา 204
แต่ดันเรียงจากห้อง 224 228 มาค่ะ งงเลย พวกเราแก้เคล็ดการเข้าพักโรงแรมต่างถิ่นกันใหญ่อันได้แก่
1.เคาะประตูก่อนเข้าห้อง
2.วางรองเท้าตั้งกับกำแพง
3.ขยับเตียง ให้ต่างจากมุมเดิมเล็กน้อยถึงปานกลาง ขยับมากๆ ก็ได้ ไม่ว่ากันค่ะ
4.อย่าให้มีเตียงว่างค่ะ ถ้ามีเตียงว่าง ให้วางกระเป๋าไว้เยอะๆ อย่าให้เตียงว่างค่ะ
5.สวดมนต์ค่ะ ท่องไว้ว่า อัตตาหิ อัตตโน นาโถ แปลว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เอ้ยไม่ใช่ สวดมนต์ขอใช้ที่ทาง
จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายค่ะ ขอโทษถ้าได้ล่วงเกิน ไม่ได้มีเจตนาล่วงเกิน อะไรอย่างเงี้ยค่ะ
ถ้ากลัวมากๆ เค้าให้ใช้มุขนี้ค่ะ "อย่าได้มารบกวนกันเลยค่ะ เด๋วจะทำบุญไปให้" เค้าว่า ท่านจะไม่มารบกวนเลย
20:40 เตรียมตัวไปเทคลาวกันค่ะ ระหว่างรอ ก็หาค่าทัวร์กันไป (น้ำเต้าปูปลา อิอิ)
21:00 ออกจากที่พัก ไปบาร์ร้านแรก ไม่มีคนเลย ไม่โดน ออกไปเทคอื่นกันต่อ แต่ถนนปิดค่ะ จบเกม กลับที่พัก
เสียดายจัง อยากดูเค้าเต้นบัสลบจัง ที่เค้าจะเต้นท่าเดียวกันทุกคนอ่ะ
อ่อๆ แต่ร้านบาร์ที่ไปมาอันนี้ เค้าดูถูกกลุ่มเรามากเลยอ่ะ บอกว่า "ไม่มีตังค์ ไม่ต้องจ่ายก็ได้นะ"
ร้านนี้ค่ะ
ระหว่างนี้ ก็มีการเล่าเหตุการณ์ที่โรงแรมที่เกิดขึ้นกับแต่ละคนกันอย่างรวดเร็วค่ะ
(ใครกลัวผีข้ามไปอ่านวันถัดไปเลยก็ได้ค่ะ)
1.มีคุณป้าท่านนึงเล่าว่า ตอนไปถึงโรงแรมใหม่ๆ ที่รถจอดหน้าล็อบบี้ รู้สึกเหมือนมีคนมองจากข้างบนตึกค่ะ
นี่คือเรื่องสยึมกึ๋ยเรื่องแรกค่ะ
2.ยังค่ะ ยังไม่พอ พี่อีกคนบอกว่า เค้ารู้สึกตอนเดินเข้าห้องตัวเอง กับห้องที่เอ้พักค่ะ
ว่ารู้สึกเหมือนมีลมวิ่งผ่าน ประมาณว่ามีคนวิ่งสวนออกมา เหวอครั้งที่สองเลยค่ะ
3.ต่อมาค่ะ พี่ผู้หญิงอีกคนนึง พักชั้น 3 ซึ่งใกล้กับชั้น VIP นั้นมากค่ะ เค้าว่า ได้ยินเสียงโซ่ลาก เหวอกันอีกค่ะ
พี่ผู้หญิงคนนั้นบอกว่า คิดในใจว่า ก็ให้เค้าทำงานกันไปเถอะ - -""
4.อันนี้พวกเราค่ะ คือพวกเราสำรวจห้องกันไปมา ย้ายของ ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ ห้องเราเองค่ะ
คือประตูมันชอบล็อกเองอ่ะค่ะ คือพี่คนที่ออกไปไม่ได้ล็อก พวกเราก็ไม่ได้ล็อก แต่ประตูมันล็อกเองค่ะ
ประมาณ 2-3 หนได้ค่ะ ประตูก็เป็น 2 ประตู จึงมีล็อก 2 ชั้น ลูกบิด กับที่ล็อกกลอน งงๆ กันอยู่ค่ะ บานนี้เลยค่ะ
5.ห้องพี่สาวค่ะ กระเป๋าเดินทางแบบลากได้ มันวางตั้งอยู่แบบแข็งแรงดี กับกระเป๋าเดินทางธรรมดาอีกใบ ไม่ใช่แบบลาก
แต่ก็ใส่ของมากพอที่จะตั้งกระเป๋าได้โดยไม่ล้ม แล้วอยู่ๆ กระเป๋าสองใบที่ว่านี้ก็ล้มลง แต่กระเป๋าอื่นเบาๆ ไม่ล้ม - -"
6.นอกนั้นก็เป็นความรู้สึกแปลกๆ ของห้องค่ะ เช่น ห้องน้ำของห้องเอ้ มีที่อาบน้ำ 2 ที่ เป็นอ่าง กับยืนอาบกะฝักบัวค่ะ
แปลกนะคะ ตรงอ่าง ก็ไม่มีม่าน แถมอยู่ติดกับหน้าต่างปิดตายแบบโบราณเลย น่ากลัวค่ะ ไม่กล้าอาบ
7.ห้องพี่สาวก็น่ากลัวค่ะ มีอ่างเดียว แถมติดกับหน้าต่างปิดตายเช่นกัน เวลาปิดม่าน เหมือนเห็นตัวเองในกระจกหน้าต่าง
อาบน้ำไป กลัวตัวเองไปกันเลยทีเดียว
8.มีพี่คนนึงมาเสริมค่ะ บอกว่า เค้าได้กลิ่นธูป................. แต่เมื่อตอนกลางวันที่วัดนะคะ แป่ววว
23:00 คนอื่นเค้าหาค่าทัวร์ที่ห้องเอ้กันค่ะ ส่วนเอ้ หลับค่ะ เหนื่อย
24:00 แยกย้ายกันไปนอนแล้ว แต่ห้องเอ้ เหวอกันอยู่ค่ะ เลยลากพี่คนที่บอกว่า รู้สึกเหมือนมีลมวิ่งผ่าน ลากมานอนด้วยกันเลย
2008/05/05 ปากเซ "ตลาดดาวเรือง"-ปากซ่อง"น้ำตกตาดเยือง",ไร่ชา/กาแฟ-เมืองบาเจียง"ผาส้วม"-ช่องเม็ก
07:00 อาหารเช้าค่ะ ชืดๆ เหมือนเดิม เมนูใหม่ๆ ก็มีเฝอ(ก๋วยเตี๋ยว) ด้วย
พวกเรายังเล่ากันต่อค่ะ
9.อุปกรณ์อาบน้ำห้องพี่สาว ซึ่งมี 2 ชุดค่ะ มันได้อันตรธานหายไปชุดนึงตอนไหนไม่ทราบ ไม่มีใครหยิบเลยค่ะ
07:50 ขึ้นลิฟต์แก้ว ไปถ่ายรูปที่ดาดฟ้าค่ะ วิวสวยดี มีห้องประชุมสวยๆ
08:00 ออกจากโรงแรมแล้วค่ะ ไม่เอาแล้ว
08:15 ผ่านแม่น้ำสองสี มีคนพายเรือใบเล็กๆ ด้วยค่ะ แต่ถ่ายไม่ทัน
08:20 ถึงตลาดดาวเรืองเมืองปากเซ ของเจ๊ดาวเรืองค่ะ คนที่รวยที่สุดในเมือง มีธุรกิจมากมายในลาว
ที่นี่ก็เป็นทั้งตลาดสด ตลาดนัด มีมือถือโนเกียแต่ข้างในเป็นแบตโนก้าก็เยอะแยะค่ะ
10:15 เดินทางไปปากซ่องกันต่อค่ะ ขึ้นเหนือเพื่อไปน้ำตกตาดเยือง
10:55 ถึงแล้วค่ะ ตาดเยือง ประมาณน้ำตกเหวนรกบ้านเรา แต่น้ำกระเด็นแรงมาก กล้องเปียก - -"
ไอน้ำฟุ้งไปหมดค่ะ พยายามมองหาสายรุ้งที่เคยมีพี่คนนึงมาเจอและถ่ายรูปไว้ได้ แต่ก็ไม่เจอค่ะ
11:30 เดินทางต่อไปไร่ชาค่ะ (เรียกว่าบ้านที่ปลูกชาจะเหมาะกว่า) ตัดโปรแกรมน้ำตกตาดฟานทิ้ง
หลักกม.ค่ะ
สาธิตการทำน้ำชาค่ะ
12:50 ถึงน้ำตกผาส้วมค่ะ
ทานข้าวที่นี่เลยค่ะ ร้านนี้ติดอันดับ 1 ใน 3 ของลาวตอนปี 50 ค่ะ
เมนูได้แก่ ลาบหมู ผัดฟักแม้ว หมูทอด ส้มตำ ข้าวเหนียว ผักพร้อมแจ่ว ปลาทอด ไข่เจียว
ของหวานเป็น กล้วย มะละกอ กาแฟอร่อย น้ำสำรอง
มือนี้เป็นมื้อสุดท้ายที่ลาวค่ะ โปรดสังเกตว่า มื้อส่วนใหญ่ที่กินที่นี่ เมนูก็จะมีซ้ำๆ กันค่ะ ที่ขีดเส้นใต้ไว้ทั้งหมด
ที่นี่สมเด็จพระเทพฯ เคยเสด็จมา มีทั้งเก้าอี้ที่ขึ้นหิ้ง กับห้องน้ำที่ขึ้นหิ้ง แต่ห้องน้ำนี้ท่านยังไม่ได้เข้า
ห้องน้ำที่นี่ก็น่ารักดีค่ะ
14:00 แวะดูหมู่บ้านชนเผ่า
14:15 รีบกลับช่องเม็ก ทำเวลาหน่อย อีก 80 กม. ข้ามสะพานแขวนข้ามแม่น้ำโขงกลับเหมือนเดิม
ระหว่างทางเห็นเด็กๆ กลับจากโรงเรียน
16:01 ซวยค่ะ มาถึงที่นี่ช้าไปนาทีเดียว ธนาคารแลกเงินปิด 16:00 ค่ะ เซงเลย ต้องแลกที่ร้าน duty free โซนขนม
แลกคืนตั้ง 290 แน่ะ T_T ขาดทุน
ออกเดินทางกันต่อไปอุบลค่ะ ระหว่างนี้ไม่ได้ถ่ายรูปเลย อยู๋ในช่วงหลับบนรถโค้ช สัปหงกจนคอเคล็ด
หลังจากนั้นก็ต้องรีบทำเวลาค่ะ
18:05 ถึงภัตตาคารหรูที่อุบลค่ะ แต่เนื่องจากต้องรีบทำเวลาค่ะ จึงมีเวลากินข้าวเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น
หลังจากนั้น ทุกคนต้องรีบห่อใส่กล่องหรือถุงพลาสติกก็ว่ากันไป แล้วก็วิ่งขึ้นรถโดยด่วน
คนในร้านนั้นงงและขำกันมากมายค่ะ พวกเรารีบจัดๆ
18:13 ออกจากร้าน มุ่งหน้าไปสถานีรถไฟ รถติดไฟอำนาจ เอ้ย ไฟแดงตลอดเลยค่ะ รถไฟออก 18:30
ทำไมน้า เวลารีบๆ อย่างนี้ ต้องติดไฟแดงทุกที บางทีก็ฝ่าไฟแดงค่ะ ลุงบัวแกรีบเต็มที่
เวลาต้องผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ ก็จะลุ้นกันตลอดว่า ทำไมสะพานยาวจัง
18:25 เพียงแค่ 7 กิโล ก็รู้สึกยาวนานเหมือน 20 กิโลได้ค่ะถ้ารีบๆ แน่นอนพวกเราคิดเช่นนั้น ลุ้นกันแทบหัวใจวาย
เราถึงสถานีรถไฟแล้วค่ะ พอลงจากรถกันได้ ทุกคนวุ่นวายกับการหากระเป๋าตัวเอง แล้ววิ่งค่ะ โกยกันไม่รู้เหนือรู้ใต้
พอทุกคนขึ้นรถไฟได้ เช็กจำนวนคนครบแล้ว พวกเราทุกคน(35 คน แทบจะเหมาโบกี้) ก็หัวเราะกันทั้งโบกี้เลยค่ะ
ขำกันในความรีบกันอย่างท้องคัดท้องแข็ง ไม่น่าเชื่อว่า เพียงแค่เหตุการณ์หลอนๆ กับเหตุการณ์รีบๆ
จะทำให้ทุกคนสนุกสนานกันถึงเพียงนี้ เอ้เชื่อว่า ทริปนี้ จะจดจำในความทรงจำของทุกคนไปอีกนานเลยค่ะ
ปล2.ราคาทริปตอนนี้อยู่ที่ 6750 ค่ะ รายละเอียดจากคณะทัวร์ มาขอได้ค่ะ
ปล3.ข้าวสวยเค้าอร่อยมากค่ะ แต่ข้าวเหนียวยังสู้บ้านเราไม่ได้ ส้มตำก็คิดว่ายังสู้ไม่ได้ค่ะ
ปล4.ขากลับนี่อาบน้ำกันบนรถไฟค่ะ สุดยอดมาก ยืนอาบแบบโอนไปเอนมา(ดีนะมีฝักบัว) กระจกห้องน้ำก็แตก ต้องหลบๆ 55 |
|
|