Petcharat's profileDon't Worry, Be Happy .....PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    April 18

    พัทลุง-ตรัง-สมุย

    2007/04/09
    ออกเดินทางตอนสายๆ เราช่วยพี่ขับรถตอนเย็น จากชุมพรช่วงไม่ค่อยมีโค้ง
    จนถึงนครฯ ประมาณ 250 กม. ถึงพัทลุงตอนประมาณ 3 ทุ่มก่าๆ
    เก็บข้าวของ แนะนำตัว+สวัสดีพี่น้องที่เราไปขออาศัยด้วย อาบน้ำ
    ออกไปกินข้าวงานบวช ซอยบ้านที่เราไปอาศัยเค้าอยู่ เค้าเป็นญาติกันทั้งหมดเลย
     
    5 ทุ่มกว่าๆ ไปดูหนังตะลุง ตื่นเต้นมาก เกิดมาไม่เคยเห็นหนังตะลุงมาก่อน
    หนังตะลุงก็คือหนังที่ใช้ความสามารถของคนๆ เดียว ในการพากย์+เชิดตัวละครต่างๆ
    ใช้คนๆ เดียวทำทุกอย่างเลย จะเล่นมุขก็ต้องเล่นเองชงเองโดยผ่านตัวละครต่างๆ
    การแสดงก็จะเล่นเป็นเรื่องๆ ไป เรื่องที่เราชอบมากมีอยู่ 2 เรื่อง
    (เพราะฟังภาษาใต้รู้เรื่องอยู่แค่นั้น อิอิ)

    เรื่องแรกคือเรื่องสอนภาษาอังกฤษ คือเค้ามีตัวละคร 2 ตัว สอนพูดภาษาอังกฤษกัน
    แล้วเค้าก็ปล่อยมุขไปเรื่อย แล้วอังกฤษชอบออกเสียงตัว s ใช่ป่ะ
    เค้าเลยล้อเลียนชื่อจังหวัดพัทลุง ออกเสียงอังกฤษเป็น Passstalung อ่ะ ลากเสียง s ยาวๆ

    อีกเรื่องนึงคือล้อเลียนรายการทีวี โผล่มาก็มีจอสี่เหลี่ยม มีคนดูทีวีเปิดทีวีช่อง 7 ดู
    แล้วพอเปิดดูรายการอะไร ก็มีรายการหรือคนโผล่ในจอนั้นแหล่ะ
    ทำเพลงประกอบช่อง 7 เลียนแบบได้ฮามากๆ มีล้อเลียนท่าน"ชวลึก"ด้วย 55
    แล้วในหนังตะลุงคนพากย์เค้าไม่มีอุปกรณ์อะไรใช่ป่ะ เวลาทำเสียงพากย์ตัวละครให้เปิดทีวี
    เปลี่ยนช่องทีวี ตบหัวคนอื่น ยิงหัวคนอื่น ก็จะทำเสียงแบบเดียวกันหมดคือ Klock
    ทุกเสียงทำแบบนี้หมด ฟังนานๆแล้วฮาดี
     
     
     
    2007/04/10
    เช้ามาไปทำบุญงานบวช วัดที่นี่คล้ายๆ จะเป็นวัดประจำตระกูล (เพราะอยู่ในซอยเลย)
    มีโรงเรียนวัดนี้ด้วย (ก็คล้ายๆ กับโรงเรียนประจำตระกูลไปด้วย
    เมื่อก่อนมีการประกาศว่าใครได้ที่ 1 ประจำรุ่นทุกปีด้วย รู้หมดเลยว่าญาติฝ่ายไหนเก่ง)
    ที่นี่ก็มีความเชื่อว่า ถ้าจะบวชจะต้องไปบวชกับพระดอกบัวตูม มีเสือนอนเฝ้าอยู่ (เป็นรูปปั้น)
     
     
     
    แล้วก็เลยไปไหว้พระที่วิหารสถิตสารคุณ ที่นี่มีพระที่เมื่อละสังขารแล้วท่านกลายเป็นหิน
    เสียดายจำชื่อท่านไม่ได้
     
     
     
    หลังงานบวชเสร็จเรียบร้อย ก็ไปน้ำตกไพรวัลย์ 
     
     
     
    แล้วก็ไปถ้ำน้ำเย็น บ่อน้ำร้อน เขาชัยสน
    ถ้ำน้ำเย็นก็นั่งเรือเข้าไปดูถ้ำ คล้ายๆ ถ้ำเลเขากอบที่ตรัง
     
     
     
    ส่วนบ่อน้ำร้อนโปรดชมในภาพ
     
     

    ทั้งสองที่นี้อยู่ใกล้ๆ กันในเขาชัยสน แต่อยู่คนละฝั่งกัน ก็แปลกดี
     
    ระหว่างทางเจอป้ายสั่งคนขับรถทุกคนว่า"ลดความเร็ว เดี๋ยวนี้!"
    ป้ายนี้เคยเห็นเมื่อปี 47 หนนึงละ เห็นอีกครั้งก็ตลกดี
    ไปแวะซื้อไก่ย่างที่ตลาดนัดแถวสถานีรถไฟพัทลุงกัน ถ่ายรูปเขาอกทะลุจากสถานีรถไฟมาด้วย
     
     
     
    แล้วไปนั่งกินไก่ย่างกันที่หาดแสนสุขลำปำ เดินเล่นที่ลำปำ ช่วงนี้มีแข่งวอลเล่ย์บอลชายหาด
    เลยถ่ายรูปสนามแข่งมาเล่นๆ
     
     
     
    2007/04/11
    ออกเดินทาง 6 โมงเช้า มุ่งหน้าจ.ตรัง
    เราขับรถจากพัทลุงเพียงแค่ข้ามภูเขาไปหน่อยเดียวก็ถึง
    ถึงจ.ตรัง 7 โมงกว่า แวะกินน้ำชา+หมูย่างของกินขึ้นชื่อของเค้า
     
      
     
    ค้นพบของกินอร่อยอีกอย่างคือ กุ้งกระเบื้อง
     
     
     
    ไปสถานีรถไฟกันตัง สถานีปลายทางสายอันดามัน ถ่ายรูป

      
     
    มุ่งหน้าไปชายหาดหยงหลิง หาดนี้สวยมากเลย แต่อาหารไม่อร่อย

      
     
    น้องคนตรังบอกว่า "พี่ คราวหลังไปกินที่หาดเจ้าไหมนะ อร่อยๆ"
    (อันนี้แปลมาอีกที เค้าพูดสำเนียงใต้แท้ ฟังมะค่อยรู้เรื่องดอก อิอิ)
    ที่หาดนี้ เราเก็บป้ายหนีสึนามิมาหลายรูปเลย ไม่เคยเห็น

     
     
    หาดนี้มีถ้ำเล็กๆ ให้เดินเล่นได้ด้วย
     
     
     
    มีข้อสังเกตอย่างนึงว่า ทะเลตรังช่วงน้ำลงจะสามารถเดินลงทะเลได้ไกลเป็นร้อยๆ เมตรเลยทีเดียว
    และข้อแตกต่างระหว่างอ่าวไทยกับทะเลอันดามันก็คือ อันดามันจะมีภูเขาอยู่ในทะเลด้วย
    เรามุ่งหน้าไปหาดเจ้าไหม หาดนี้ก็สวยไม่แพ้กัน แต่คนจะเยอะกว่าหยงหลิง

     
     
    เจ้าไหมจะตรงข้ามกับหยงหลิงทุกอย่างเลย เช่น อาหารก็อร่อยกว่าหยงหลิง
    ฝั่งอ่าวอยู่ด้านขวาแต่หยงหลิงอยู่ด้านซ้าย ฝั่งภูเขาอยู่ด้านซ้ายแต่หยงหลิงอยู่ด้านขวา
    หยงหลิงมีหาดด้านเดียว แต่เจ้าไหมมีหาด 2 ด้าน เอ้ออันนี้แปลกดีอ่ะ
    คือมันจะเหมือนมีภูเขาเป็นแหลมกั้นอยู่ระหว่าง 2 หาด อีกหาดนึงก็สวยดี

     
     
    ภูเขาที่ว่านี้ก็ปีนขึ้นไปดูวิวสูงๆ ได้ แต่เราเดินไปไม่ถึงต้องลงมาหอบซะก่อน

     
     
    ทางไปดูวิวก็มีคนเอาสีมาพ่นเป็นลูกศรชี้ตลอดทาง

     
     
    เรามุ่งหน้าต่อไปดูหาดปากเมง ระหว่างทางมีการก่อสร้างสะพาน แล้วก็มีสะพานไม้ให้รถผ่านได้
    ขอบอกว่า สะพานน่ากลัวมากๆอ่ะ กลัวมันจะหักลงไป *-*

     
     
    หาดปากเมงไม่มีหาดสวยๆ แต่สัญลักษณ์ของเค้าคือภูเขาเรียงกันเป็นรูปคนนอนอ้าปากอยู่

     
     
    เรามุ่งหน้าไปน้ำตกสายรุ้งกันต่อ ระหว่างทางเจอน้ำตกข้างถนน ชื่อน้ำตกอ่างทอง
    (โปรดอ่านให้คล้ายๆกับหมาข้างถนนหน่อยนึงจะขำดี)
    น้ำตกอ่างทองเป็นน้ำตกธรรมดาแหล่ะ แต่เค้ามาตัดถนนผ่านน้ำตกต่างหาก
    ตอนอยู่ที่น้ำตกอ่างทองฝนกำลังตกหนัก น้ำขุ่นเลย

     
     
    เราไปถึงน้ำตกสายรุ้ง ฝนไม่ตก เลยรีบไปดูน้ำตกเพราะกลัวฝนจะตกซะก่อน

     
     
    คิดถึงไม่ถึงว่าน้ำตกสายรุ้งที่เราเพิ่งไปมานี้ ไม่กี่วันถัดมาก็เจอกับภัยธรรมชาติคือน้ำป่า
    จนทำให้ผู้คนเสียชีวิตมากมาย ตอนที่พวกเรารู้ข่าวนั้น ใจเราหล่นวูบกันหมดทุกคน
    เพราะนี่ถ้าเกิดเหตุในวันที่เราไปน้ำตกนั้นหล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราก็ไม่รู้
    คุณพระช่วยจริงๆ เลย
     
    จากน้ำตกสายรุ้ง เราก็มุ่งหน้าไปน้ำตกไพรสวรรค์ ที่นี่ก็เกิดภัยน้ำป่าเช่นกัน
    แต่น้ำตกนี้เราไม่ได้ลงไปดูน้ำตกเลย เพราะเดินไกลมากไปหน่อย รถก็เข้าไม่ถึง
    พวกเราเลยไปรับน้องคนตรังเพื่อกลับไปงานทำบุญที่พัทลุงด้วยกัน
    น้องเค้าเล่าว่า เค้าเคยเจอน้ำป่าที่น้ำตกไพรสวรรค์โชคดีที่หนีทัน
    นึกไม่ถึงอีกเช่นกันว่า หลังจากน้องเค้าเล่าให้ฟังได้ไม่กี่วันจะเจอเหตุนั้นจริงๆ
    พูดถึงเด็กต่างจังหวัดเนี่ย โตเร็วดีนะ น้องคนตรังอายุ 18 แต่ความคิดดูจะโตกว่าเราแล้วมั้ง
    แล้วน้องของน้องคนตรังนี่อีกทีอายุ 14 ก็ดูความคิดจะโตประมาณตอนเราอายุซัก 17 แล้วมั้ง
     
    กลับมาถึงพัทลุงเค้ามีงานฉลองกันเสียงดังลั่นซอยเลยทีเดียว
    ขนาดฝนตกก็บ่ยั่น พี่น้องยังร้องเพลงกันได้ ไม่ใช้ไฟฟ้าก็ใช้ไฟฉายช่วย ดูรูปสิ 555

      
     
    ตกดึกๆ กิจกรรมของคนต่างจังหวัดส่วนมากก็ป๊อกเด้งอ่ะนะ
    ก็ป๊อกเด้งกันจนดึก เรารู้กติกามากขึ้นละ คือไพ่ใหญ่สุดคือป๊อก 9 รองมาก็ป๊อก 8
    รองมาคือ J Q K 3 ใบ รองมาคือ ไพ่ตอง นอกนั้นก็เรียงตามลำดับตัวเลข
     
    2007/04/12
    เช้ามาทำบุญญาติครั้งใหญ่ 10 ปีมีหนเดียว รวมญาติผู้ใหญ่ทุกคน ญาติเยอะที่สุดก็ปีนี้
    ช่วงบ่ายพาเด็กๆ น้องๆ รุ่นใกล้ๆกันนานๆเจอกันทีไปกิน Swensen ที่โรงหนัง Coliseum

     
     
    โรงหนังนี้เป็นโรงหนังที่มีโรงฉายแค่โรงเดียว
    ภาพโปสเตอร์ก็ประหยัดงบประมาณด้วยการจ้างคนวาดโปสเตอร์เหมือนเอา

      
     
    ไปปีนเขาอกทะลุกัน เพราะไม่เคยขึ้นไปเลยสักครั้ง ทางขึ้นมีบันไดให้ 1000 ขั้นเอง เหอะๆๆ
    เค้าว่าถ้าปีนเขาจะได้แฟนคนพัทลุง มีน้องคนนึงไม่อยากขึ้นเลยทีเดียว อิอิ

     
     
    บนเขาอกทะลุก็มีช่องมองเห็นเมือง แล้วก็มีรั้วกั้นไม่ให้ตกลงมา

     
     
    บนเขามีคนเขียนไรไม่รู้เยอะแยะเลย
    กำลังงงว่า เค้าปีนไปเขียนกันได้ยังไง เพราะมันสูงมาก

     
     
    ระหว่างทางเจอป้ายนึง ขำอีกแล้ว เป็นป้ายของตำรวจจราจร เขียนว่า "เพราะรักจึงจับ" 55
    กลับมาต้องไปงานเลี้ยงรุ่นของพ่อต่อ กลับบ้านร้องเกะ นอน
     
    2007/04/13
    วันนี้เป็นวันสงกรานต์ มีทำบุญที่วัดแต่เช้า ผู้คนเอาปิ่นโตไปถวายพระมากมาย
    จุดธูปเทียนไหว้พระที่โต๊ะหมู่บูชา ที่วางเทียนไม่พอ บางคนก็เอาไปวางบนปิ่นโต
    แปลกดีไม่เคยเห็น
     
     
     
    พอทำพิธีเสร็จ พระจะฉันเพล พระท่านก็ต้องเปิดปิ่นโตตักข้าวจากปิ่นโตมาใส่จานตัวเอง
    ตักปิ่นโตทุกชั้น ชั้นละคำสองคำ เปิดมันทุกปิ่นโตเลย O_o!
    เห็นแล้วเหนื่อยแทน กว่าจะหมดเป็นชั่วโมงอ่ะ
     
     
     
    ชาวบ้านบางคนก็ถือโอกาสทำบุญให้ญาติผู้ล่วงลับที่มีเถ้ากระดูกอยู่ที่วัด
     
     
     
    พิธียอดฮิตอีกอย่างที่ต้องทำก็คือ การสรงน้ำพระ
    วิธีการก็คือให้ผู้ชายปีนบนพระพุทธรูป ผู้หญิงหรือคนอยากสรงน้ำพระ
    ก็กรอกน้ำใส่แก้วหรือขันอะไรก็ว่ากันไป แล้วก็ส่งให้ผู้ชายที่ปีนอยู่
    รดน้ำพระพุทธรูปเช่นรดที่เศียรพระ แล้วก็รองน้ำที่รดแล้วใส่แก้วหรือขันตามเดิม
    น้ำที่รองมาได้ เค้าให้กินกับลูบผมอ่ะ ตอนกินเราก็กลัวๆ ไม่กล้ากินเยอะ
    แต่เค้าก็กินกันทุกคนนะ
     
     
     
    ตอนบ่ายๆ ในป่าช้าเก่า (ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสวนมะพร้าวรกๆ)
    ชาวบ้านเค้าจะจับกลุ่มเล่นการพนันกันอ่ะ อันนี้เล่นกันเป็นประเพณีกันทุกปีเลยนะ
    การพนันที่เราเห็นก็จะมี 3 อย่างคือไพ่ไรไม่รู้ แจกประมาณ 5 ใบ ไฮโล แล้วก็ก่อกแก่ก
    ก่อกแก่กเนี่ย เค้าก็จะมีตารางรูปสัตว์ต่างๆ ให้เราวางเงินเดิมพันไว้ที่ช่องสัตว์ใดๆ
    แล้วก็มีลูกเต๋าเป็นหน้าสัตว์ต่างๆ ตามตาราง ถ้าเจ้ามือทอยลูกเต๋าขึ้นเป็นหน้าสัตว์ใด
    คนเดิมพันที่เลือกสัตว์นั้นก็จะได้เงินไป คนที่ไม่ได้ก็โดนเจ้ามือกินเรียบ
     
     
     
    วันนี้ตอนสายๆ ไปทะเลน้อยมาด้วย
    ก็เป็นบึงบัวมีนกเยอะดี แค่นั้นเอง
     
      

    ทะเลน้อยเนี่ยออกไปไกลหน่อยจะเจอทะเลสาบสงขลาด้วยนะ
    กินข้าวกลางวันที่ลำปำ
    ตอนเย็นแวะนมัสการหลวงปู่แก้ว เป็นหลวงปู่ที่ศักดิ์สิทธิ์มากของที่นี่เลย
    สัญลักษณ์คือท่านจะเคาะหัวคนที่ไปขอพรทุกคน แล้วท่านกล่าวอะไรก็แม่นด้วย
    มีพี่ที่เห็นจริงดังคำท่านมาแล้วล่ะ เราไม่รู้ขอพรไรดี
     
    กลางคืนเล่นไพ่ตามเคย แต่คืนนี้อยู่นานหน่อย เพราะเป็นคืนสุดท้ายแล้ว
    มีพี่คนนึง เค้าใส่แว่น แล้วเรากับพี่สาวก็ใส่แว่นเหมือนกัน เคยคุยกันว่า
    คนใส่แว่นนี่ลำบากเนอะ บางทีเวลาจะล้างหน้าลืมถอดแว่นออก
    เลยเอามือป้ายหน้าพร้อมแว่นสร้างความเจ็บปวดมากมาย
    บางทีเวลาถอดแว่นอยู่ แต่เอามือจะไปขยับแว่นด้วยความเคยชิน
    ก็เลยไปจับตาตัวเองแทนซะหนิ แล้วไหนยังจะเอาแว่นไว้บนหัว
    เลยทำให้หาแว่นไม่เจอมั่งหล่ะ ต้องคนใส่แว่นเท่านั้นที่จะเข้าใจ
    เราเลยโดนพี่ชายชวนให้ไปอยู่วงพี่ที่ใส่แว่นคนนั้นด้วยเลย ตั้งชื่อกลุ่มให้เสร็จสรรพว่า
    The Optic (สงสัยจะเลียนแบบ The matrix 55) โอ๊ย ฮาจัง
     
    2007/04/14
    ออกเดินทางแต่เช้าไปเกาะสมุยผ่านสะพานยาวอันนึงไปอ.ระโนด
     
     

    ระหว่างทางบนสะพานนี้เห็นฝูงควายอยู่ในนา ฝูงใหญ่มากอ่ะ
    เป็นภาพที่สวยจริงๆ อดถ่ายมาไม่ได้จริงๆ
     
     
     
    ถึงท่าเรือดอนสักตอนเที่ยง เรือออกบ่ายโมง เลยแวะกินข้าวที่ศูนย์อาหารดอนสัก
    เจอร้านขายไก่ทอดเลียนแบบ KFC แห่งหนึ่ง ชื่อว่า MKC 555

     
     
    พอข้ามไปสมุยแล้ว ยังเจอร้านเลียนแบบ Pizza Hut อีกว่า Pizza Hat 555
     
    ไปถึงสมุยไปที่พักที่จองไว้ชื่อ โรงแรมแกรนด์ซีวิว อยู่แถวหาดหน้าทอน
    โรงแรมนี้ทำแสบมาก ปักป้ายไว้ว่ารับบัตรเครดิตทุกรายการ พอจะจ่ายเงิน
    บอกบัตรไม่ผ่าน ตลกน่า ใช้บัตรรูดตั้ง 5-6 ใบ แล้วก็บอกเครื่องเสีย
    พอให้โทรไปหาช่าง ก็ไม่โทร บอกว่าติดวันหยุด ตลกน่า
    ธนาคารรับเรื่องแบบนี้ 24 ชม.อยู่แล้ว
    ตอนไปถึงจะขอห้องเพิ่ม ก็บอกโรงแรมเต็มอีกต่างหาก ทั้งๆที่ไม่มีคนเลย
    ลองขอใหม่ถึงได้ห้อง ตลกน่า อยู่คืนเดียวพอ ห้องน้ำก็ไม่ดี
    เล่นน้ำตอนเย็น หาดเดินได้ไกลเป็นร้อยเมตรน้ำก็ยังแค่ครึ่งเอว
    ไม่มีลมไม่มีคลื่นเลย แต่หาดสกปรก เพราะมีน้ำมันจากเรือด้วย
     
    2007/04/15
    ย้ายไปนอนอีกโรงแรมนึงสวยจัดๆ ชื่อออร์คิดส์สวีทมั้ง อยู่หาดละไม
    ใกล้หินตาหินยาย เก็บของ ถ่ายรูป
     
      

    ออกไปเที่ยวน้ำตกหน้าเมือง 1 และ 2 น้ำน้อยมากเลย

      
     
    กลับมาเล่นน้ำที่หาดหน้าโรงแรม โอ้โห คลื่นแรงมาก
    เพราะหาดมันลาดชันลงไปในทะเล ทำให้คลื่นแรง
    ทุกคนเล่นน้ำอยู่กันแค่ไม่เกิน 2 เมตร ผู้หญิงก็ต้องเกาะผู้ชายไว้
    บางคนก็ใช้ห่วงยางช่วย ยังโต้คลื่นไม่ค่อยอยู่เลย
    พวกเราเล่นน้ำอยู่กันแค่เหนือเข่า ยังโดนคลื่นซัดล้มระเนระนาดกันตลอด
    ขาได้แผลเยอะเพราะล้มแล้วเข่าก็ไปถูกับทราย โหดดีมะ
    แต่ก็มันส์มากเลยนะขอบอก ยืนน้ำไม่ถึงเอว แต่คลื่นสูงท่วมหัวอ่ะ
    ขึ้นมาไปเล่นน้ำในสระของโรงแรมต่อ 55
     
    2007/04/16
    เช้านี้เก็บของกลับบ้านแล้ว ถึงบ้านตอนดึก เพราะรถเยอะมาก
    เราช่วยพี่เค้าขับรถแค่ช่วงประจวบ ตั้งแต่จุดพักรถทุ่งโพธิ์ประมาณ 136 กม.
    แล้วก็มาช่วยอีกทีตั้งแต่พระราม 2 กม.20 จนถึงบ้านก็ไม่เกิน 60 กม.

    รูป :http://picasaweb.google.com/Petcharat.B/PattalungTrangSamuiCharityTrip จ้า
    April 02

    เสม็ด 4

    31/03/07-01/04/07 @Samet
     
    สำหรับเรา นี่คือการไปเสม็ดครั้งที่ 4 แล้ว
    การเตรียมตัว ไม่ได้เตรียมอะไรเลย มีแค่ตังค์กับตัวแค่นั้นเอง 55
     
    31/03/07

    07.30  ออกเดินทางจากอนุสาวรีย์ชัย ท่ารถตู้กรุงเทพฯ-บ้านเพ(เกาะเสม็ด)
              ท่ารถอยู่ฝั่ง Center One มีการหลงทาง หาเพื่อนไม่เจอเล็กน้อย อิอิ
              สมาชิกมี 3 สาว 1 หนุ่ม = 4 คน (สงสัยงานนี้เลข 4 อาถรรพ์)

    10.30  ถึงท่าเรือศรีบ้านเพ ซื้อตั๋วเรือไปกลับคนละ 100 บาท
              เดินไปรอเวลาลงเรือที่ร้านอาหาร ซึ่งมีอยู่ร้านเดียวแถวๆนั้น
              หากท่านไปโดยรถโดยสารยี่ห้อเชิดชัยทัวร์ เมื่อท่านลงรถแล้ว
              สามารถข้ามถนนไปยังท่าเรือนวลทิพย์ได้เลย แต่สำหรับเราเหรอ
              ท่าเรือนวลทิพย์นั้น ใช้บริการครั้งเดียวก็เกินพอนะ

    11.30  ถึงท่าเรือหน้าด่านที่เกาะเสม็ด แวะซื้อขนมตุนไว้กินกันตายที่ 7/11

    11.45  ออกเดินเท้า ผ่านอ่าวลูกโยน แวะถามพี่นิคม(เจ้าหน้าที่อช.ประจำอ่าวลูกโยน)
              ก่อนว่า รับทำอาหารเย็นรึป่าว พี่นิคมรับทำ เราสั่งอาหารไว้ 4 อย่าง
              พร้อมจ่ายค่าของสดให้พี่นิคมก่อน 1,000 บาท (พี่นิคม 0855496766)
              อาหารที่สั่งมี 4 อย่างได้แก่ ปลากระพงทอดน้ำปลา ปลาหมึกยัดหมูนึ่งมะนาว
              หอยแมลงภู่นึ่ง 1 กก. และกุ้งเผา 1 กก.

    12.00  แดดแรงมาก สั่งอาหารเสร็จมองไป โอ้วอ่าวลูกโยนปีนี้ สวยมากๆ
              พี่นิคมบอกว่า เพิ่งปรับปรุงอ่าวใหม่ เพราะต้นไม้มันตายเพราะน้ำมันซัดขึ้นมา
              ท่าเรือที่เคยมีไม้กระดานยื่นไปด้านข้าง ก็สร้างศาลาทับไม้กระดานตรงนั้น
              เป็นที่โฆษณา one-2-call  นั่นเอง
              ก็ว่าทำไมเห็นในโฆษณาแล้วรู้สึกว่าบรรยากาศมันคุ้นๆ
              พวกเราถ่ายรูปด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เพราะเค้าทำหาดใหม่สวยไฉไลมากเลย
              แต่ก็ร้อนโคดๆ เราก็รู้สึกตื่นเต้นมากเหมือนกัน เพราะมันสวยขึ้นมากจริงๆ
              ใจนึงก็อยากบอกต่อ แต่ใจนึงก็ไม่อยากบอกต่อ เพราะกลัวคนมาเยอะ เสียบรรยากาศ
     
              

    13.00  โอ้ เราถ่ายกัน 1 ชั่วโมงเต็ม แต่เป็นชั่วโมงที่ยาวนานสุดๆ
              ยอมร้อนเพราะแดดสวยน้ำใสเลยนะเนี่ย
              พวกเราเดินไปกินข้าวเหนียวส้มตำกันต่อที่ร้านประจำ ร้านดาหวัน หมดไป 310 บาท

    13.40  กินเสร็จเดินไปหาที่พัก ผ่านจุดเก็บค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 40 เด็ก 20
              ราคานิสิต-นักศึกษา 20 เราเลยบอก ใช้บัตรนักศึกษานะคะ
              แล้วก็ส่งไปให้เค้าใบเดียว ของเราเอง เพื่อนอีก 2 คนทำงานแล้ว
              แต่ก็ได้ลดราคาเหลือคนละ 20 เท่ากันนะค๊าบ
              ว่าแล้วก็รีบเดินไปเลย กัวเค้าเรียกดูบัตรคนอื่นๆ ที่เหลือ เด๋วเสร็จกันพอดี 55

    14.10  หาที่พักได้แล้ว หลังจากที่พักเต็มมาตลอด ได้ที่ไวท์แซนด์ เพราะมีคนเช็กเอาต์พอดี
              เค้าบอกรอทำความสะอาด 1 ชั่วโมง เลยไปเดินเล่นถ่ายรูปกันที่หาดทรายแก้ว
              คนเยอะมาก ต้องเดินไปจนถึงพระอภัยมณีโน่น ถึงจะไม่มีคนและถ่ายรูปกันได้
     
              
     
              เราปักหลักถ่ายรูปตรงนั้นแหล่ะ แล้วก็อยู่แถวๆนั้น จนได้เวลา ก็เดินกลับไป

    15.05  เค้าบอกยังทำความสะอาดไม่เสร็จ เลยนั่งกินน้ำเย็นๆซ่าส์ๆ กระป๋องละ 20
              แล้วก็นั่งคุยกันไประหว่างรอ

    15.15  ได้เช็กอินแล้ว เก็บกระเป๋า ล้างหน้าพักผ่อน

    16.10  ออกไปถ่ายรูปเล่น+เล่นน้ำรอเวลาข้าวเย็นที่อ่าวลูกโยน พวกเราเดินไปนะค๊าบ
              จากที่พักไปอ่าวลูกโยน น่าจะประมาณ 400 เมตรได้
     
              
     
              เราเล่นน้ำเสร็จก็อาบน้ำที่ห้องน้ำของอช.นั่นแหล่ะ ห้องกว้างสะใจดี

    18.30  อาหารเสร็จแล้ว จ่ายเพิ่มพี่เค้าไปอีก 200 ค่าน้ำอีก 30 เค้าแถมต้มยำกุ้ง+ปลาหมึก
              เพื่อนๆ เราทั้ง 3 คน ต่างตกใจกับอาหารที่กองอยู่ตรงหน้า เพราะมันเยอะมาก
              กินได้ซัก 5 คน เรา 4 คน เลยกินกันจนพุงกาง กินข้าวกันคนละ 2-3 คำเอง
              กินเสร็จ พี่ๆ แม่บ้านเอาแตงโม+ส้มมาให้กินด้วย ใจดีจัง เพื่อนๆ ประทับใจ อิอิ
              เพื่อนสาวคนนึงแอบบ่นว่า ต้องเบื่ออาหารทะเลไปอีกนานแน่ๆเลย
    20.00  กลับที่พัก คุยเล่นๆ เล่นเกม เล่นไพ่ อาบน้ำ นอนกี่โมงก็จำไม่ได้ เราหลับคนแรกเลย
     
    01/04/07

    06.00  ตื่นไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ แต่ไม่ทันไปถึงอ่าวลูกโยนก็แสงจ้าแล้ว
     
             
     
              แต่แสงอาทิตย์ตอนเช้าๆนี้ ทำให้ทะเลแถวๆ สะพานท่าเรือ
              สามารถมองเห็นไปจนถึงพื้นทะเล เห็นกองหิน ยางรถยนต์ที่เอาไว้กันชนเรือ
              เห็นปลาว่ายเป็นฝูงเยอะแยะ น้ำใสน่าโดดจริงๆ ถ้าไม่กลัวน้ำนะ 55

    08.00  กลับมาที่พักที่หาดทรายแก้ว เรานอนต่อ อิอิ

    09.45  ตื่นมาอาบน้ำ พักผ่อน ดูทีวี

    11.40  เช็กเอาต์ กินข้าวเที่ยง ถ่ายรูปเล่นหน้าหาดทรายแก้วอีกนิดหน่อย
     
             

    12.30  เดินทางกลับท่าเรือศรีบ้านเพ โดยเรือสปีดโบ๊ท
              จากความกรุณาจากพี่ชายของเพื่อนที่ไปด้วยกัน ขอบคุณค่ะ
              (พี่เค้าเลี้ยงข้าวมื้อเที่ยงมะกี๊ด้วย)
              ถึงท่าเรือ ซื้อตั๋วรถทัวร์ ซื้อของฝาก

    14.00  ออกจากท่ารถโชคชัยทัวร์

    17.10  ถึงท่ารถเอกมัย
     
    ปล.ค่าใช้จ่ายคนละ 1400 เป๊ะค๊าบบ