| Petcharat's profileDon't Worry, Be Happy .....PhotosBlogLists | Help |
|
January 01 ตลาดน้ำอัมพวาเมื่อวานบ่ายๆ (31 ธ.ค.49) พาที่บ้านไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวามา
เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย ที่ขับรถพาพ่อกับแม่ไปเที่ยว
(เคยแต่แอบขับรถหนีไปเที่ยวกับพี่สาวกันสองคน ฮ่าๆๆ)
ก็สนุกดีนะ แต่ไม่คาดคิดมาก่อน ว่าจะมีคนคิดแบบเราเยอะโคตรๆ
คือคิดว่าพาพ่อแม่มาเที่ยวใกล้ๆ กทม.ดีกว่าเช่นดูหิ่งห้อย ผลคือรถติดช่วงกำลังจะเข้าตลาดน้ำ
เข้าทำนองสุภาษิตที่ว่า หนีรถติด มาเจอรถติดกว่า
ที่จอดรถเกือบเต็มแหน่ะ ก็จะเข้าไปจอดในวัดอัมพวา ตามที่ในพันทิพแนะนำมา
แต่ที่จอดในวัดอัมพวาก็เต็ม ต้องเลยไปจอดในโรงเรียนที่อยู่ติดกับวัด แต่ก็เชื่อมทางจากวัดถึงกันได้
ไปถึง พวกเราก็รีบจองเรือกันก่อน แต่เราก็ไม่ค่อยมีข้อมูลพวกเรือเลย
พอดีหาแต่ข้อมูลการเดินทางมากไปหน่อย แล้วก็ดูไม่ค่อยมีอะไร แต่จริงๆ แล้วมีก็คือ
1.เรือที่พาไปดูหิ่งห้อยจะมี 2 แบบ คือแบบช้ากับแบบเร็วซึ่งเป็นเรือหางยาว
แบบช้าก็ช้าโคตรๆ กว่าจะกลับถึงท่าเรือ หลับรอได้เลย
แบบเรือหางยาว ก็เร็วจนลมมันหนาวโคตรๆ แต่ก็ถึงท่าเรือเร็วดี ได้กลับบ้านเร็ว
ค่าเรือคนละ 60 บาท ถ้าเหมาลำๆละ 600 บาท ถ้าไปวันธรรมดาเค้าจะให้เหมาอย่างเดียว
2.ตอนพวกเราเดินจากวัดเข้าตลาด จะมีร้านจองเรือดักตั้งแต่ทางเข้าตลาด
พอเดินไปจนถึงสะพานข้ามคลอง ก็จะมีร้านจองท่าเรือดักตรงตีนสะพาน
พอเดินริมคลองไปเรื่อยๆ ก็ถึงบางอ้อ เห็นท่าเรือดักอยู่เรื่อยๆ จนสุดทางทั้ง 2 ฝั่งคลอง
เค้าว่า ถ้าข้ามสะพานไปก่อน ฝั่งโน้นจะมีท่าเรือมากกว่าฝั่งที่เราไปนั่งเรือ
ท่าเรือที่เราเช่าเรือก็บริการดีนะ จุดสังเกตง่ายๆ คือคนขายบัตรเป็นผู้หญิงอ้วนมากกกกก
คนที่เป็นคนพาลูกทัวร์ไปลงเรือไปดูหิ่งห้อย ก็เป็นผู้หญิงอ้วนเหมือนกัน
แต่อ้วนน้อยกว่าคนขายบัตร แล้วก็ใส่ชุดเหมือนพขร.หรือพกส.ของขสมก.เลยทีเดียว
ปกติตลาดน้ำอัมพวาจะเปิดเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป
เริ่มมีตลาดตั้งแต่แถวๆ ที่จอดรถในวัดมาจนถึงริมคลองเลยทีเดียว
ที่คลอง ก็มีเรือมาขายขนมหรือของกินอร่อยๆ แล้วก็มีตลาดนัดของกินอยู่ในบริเวณนั้นเยอะมาก
เดินเลือกของกินกันจนไม่มีเวลากิน เพราะซื้อเสร็จก็ต้องลงเรือเลย -*-
ริมคลองแถวท่าเรือ นอกจากขายขนมแล้ว ก็ยังมีร้านโปสสะการ์ดหลายร้าน ประมาณ 3 ร้านได้
ชอบร้านนึงน่ารักดี ร้านนั้นจุดสังเกตคือ เค้าจะแขวนโปสการ์ดไว้ที่ริมท่าเรือหน้าร้านเค้าด้วย
คล้ายๆ โมบายที่ติดพวกเศษหอยอะไรพวกนั้นแหล่ะ แต่อันนี้แขวนโปสการ์ด
แล้วก็มีตู้ไปรษณีย์ให้ส่งโปสการ์ดได้ด้วย วันที่เราไปมานี้ (ก็วันนี้แหล่ะ กลับบ้านมาก็นั่งพิมพ์เลยเนี่ย) มันเป็นช่วงเทศกาลอ่ะนะ
คนเยอะโคตร สะพานข้ามคลองที่ว่า ตอนเย็น คนแน่นสะพานจนแทบไม่ขยับ -*-
แต่พอเริ่มมืด คนก็เริ่มน้อยลง พอเดินไปไกลจากสะพานเรื่อยๆ คนก็ยิ่งน้อยลง
และจะมาเยอะช่วงท่าเรือ เพราะคนเตรียมลงเรือไปดูหิ่งห้อย
พอพวกเราดูหิ่งห้อยกันเสร็จ กลับขึ้นมาจะกลับบ้าน คนก็น้อยแล้ว
ส่วนหิ่งห้อยนั้น เราว่าไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แล้วแม่น้ำก็ค่อนข้างกว้าง
เลยไม่ค่อยได้อยู่ใกล้หิ่งห้อยสักเท่าไหร่ เรื่องถ่ายรูปไม่ต้องพูดถึง
ช่วงที่เวลาหิ่งห้อยอยู่กันเยอะๆ แล้วกระพริบไฟพร้อมกันก็สวยดี เหมือนติดไฟเลย
เค้าว่าต้องไปหน้าฝนถึงจะสวยนะ แล้วก็ต้องไปวันข้างแรมด้วย (เราไปนี่ขึ้น 12 ค่ำเลย)
แม่เล่าว่ามะก่อนตอนเด็กๆ บ้านเก่าเราก็มีหิ่งห้อยเยอะ พวกเราชอบจับใส่ถุงพลาสติกเอามาเล่น
พอเล่นจนพอใจแล้ว ก็เอามันไปปล่อย แต่บางทีก็ลืมเอามันไปปล่อยจนมันตาย ฮือๆๆๆๆๆ
ทำไมตอนเด็กๆ เราใจร้ายงี้ฟระ Y-Y คิดแล้วเศร้า
วันนี้ตอนกลับบ้าน ช่วงขับรถออกจากอัมพวาด้วยความเร็วประมาณ 70กม.ต่อชม.
เราวิ่งอยู่เลนขวาสุดเพิ่งแซงรถจากเลนกลาง ด้านข้างขวาก็เป็นเกาะกลางถนนที่มีต้นไม้ใบหญ้าเยอะ
อยู่ๆ ก็มีหมาวิ่งออกมาจากด้านขวามาตัดหน้ารถ ระยะจากหมาถึงหน้ารถมีขนาด 1 เมตร
ไม่เคยเจอสถานการณ์คับขันขนาดนี้มาก่อน ความคิดในใจ 2 แว้บคือ
แว้บที่ 1 ชนเลย หักหลบเดี๋ยวชนรถคันอื่นหรืออาจทำให้บุคคลอันเป็นที่รักที่อยู่ในรถเป็นอันตรายได้
เรื่องเบรกไม่ต้องพูดถึง ไม่ทันแน่ๆ แต่จะให้ชนเลยก็ใจไม่กล้าพอ
แว้บที่ 2 หักหน่อยนึงละกัน ไม่หักมากจนข้ามเลนไปชนคันที่อยู่เลนซ้าย
แล้วก็...ไม่ทันจะตัดสินใจอะไรว่าจะแว้บที่ 1 หรือแว้บที่ 2 แต่เราก็หักพวงมาลัยหน่อยนึงไปแล้ว
โดยที่หักหลบไป ตาก็เพิ่งจะมองเลนกลางว่าเค้าอยู่ใกล้เรามากน้อยแค่ไหน
สรุปว่าโชคดีที่ปลอดภัยทั้งคนทั้งหมา แต่แถมมาด้วยความตกกะใจรวมทั้งเสียงบ่นจากที่บ้านเล็กน้อย
วันนี้ตอนก่อนลงเรือ ก็เพิ่งจะได้ข่าวระเบิดที่กทม. คนที่นั่นพูดกันเยอะเลย
ไอ้เราก็ตกกะใจ คิดไปว่าที่นี่ มันก็คนเยอะนะ น่ากลัวนะ อย่าอยู่ดีมั้ย
แต่ก็มาคิดดูอีกที เฮ้ย ตอนนี้เราอยู่ตจว.มิได้อยู่กทม.ซักกะหน่อย จะกลัวไปทำไมหว่า...
จบข่าวจ้า
ปล.ว่าจะเล่าสั้นๆ ยาวได้ไงหว่า
|
|
|